การเจาะตรวจชิ้นเนื้อเต้านม คือ หัตถการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อจากบริเวณเต้านมที่พบความผิดปกติ เพื่อส่งตรวจทางพยาธิวิทยา (Pathology) ใต้กล้องจุลทรรศน์อย่างละเอียด ถือเป็นวิธีมาตรฐานที่ให้คำตอบที่แน่นอนที่สุด (Gold Standard) ว่าเซลล์บริเวณนั้นเป็นเนื้อดีหรือเนื้อร้าย
ตรวจพบก้อนที่คลำได้ชัดเจน และมีลักษณะสงสัยจากการตรวจร่างกาย
ผลตรวจทางรังสีวิทยา (Mammogram หรือ Ultrasound) พบความผิดปกติที่จัดอยู่ในกลุ่ม BI-RADS 4 หรือ BI-RADS 5 ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง
พบกลุ่มหินปูนผิดปกติ (Microcalcifications) หรือโครงสร้างเนื้อเยื่อบิดเบี้ยว (Architectural Distortion)
มีอาการสงสัยอื่น ๆ เช่น ผิวหนังดึงรั้ง หัวนมบุ๋ม หรือมีของเหลวปนเลือดไหลออกจากหัวนมโดยไม่ทราบสาเหตุ
วิธีที่นิยมและเป็นมาตรฐานในปัจจุบันคือ Core Needle Biopsy (CNB) ซึ่งทำได้สะดวกรวดเร็วโดยไม่ต้องดมยาสลบ:
จัดท่านอนบนเตียงตรวจ และทำความสะอาดผิวหนังบริเวณเต้านมด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
ฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณผิวหนัง
เปิดแผลขนาดเล็กมากประมาณ 2–3 มิลลิเมตร
ใช้เข็มตัดชิ้นเนื้อขนาดพิเศษเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อประมาณ 3–5 ชิ้น เพื่อให้ได้ปริมาณที่เพียงพอต่อการตรวจ
กดห้ามเลือดและปิดพลาสเตอร์กันน้ำ ใช้เวลาทำหัตถการรวมประมาณ 5-10 นาที
ความรู้สึกเจ็บจะเกิดขึ้น เฉพาะตอนฉีดยาชาเข็มแรก คล้ายมดกัดหรือการฉีดยาทั่วไป เมื่อยาชาออกฤทธิ์เต็มที่ ผู้ป่วยจะไม่รู้สึกเจ็บระหว่างตัดชิ้นเนื้อ แต่อาจรู้สึกถึงแรงกดหรือการสั่นสะเทือนเบา ๆ ขณะเครื่องมือทำงาน
เรื่องแผล: แผลมีขนาดเล็กเพียง 2–3 มิลลิเมตร ไม่จำเป็นต้องเย็บแผล และมักไม่ทิ้งรอยแผลเป็นที่สังเกตได้
เรื่องเลือดออก: เป็นแผลปิดขนาดเล็ก เลือดจึงออกน้อยมาก หลังทำแพทย์หรือพยาบาลจะกดแผลไว้ประมาณ 10–15 นาที เลือดก็จะหยุดสนิท อาจพบรอยฟกช้ำ (Hematoma/Ecchymosis) ใต้ผิวหนังได้บ้าง ซึ่งจะค่อย ๆ จางหายไปเองใน 1–2 สัปดาห์
โดยทั่วไปผลตรวจทางพยาธิวิทยาจะใช้เวลาประมาณ 10 ถึง 14 วันทำการ เนื่องจากชิ้นเนื้อต้องผ่านกระบวนการดองน้ำยา หล่อบล็อกพาราฟิน ตัดเป็นแผ่นบาง ย้อมสีพิเศษ และตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดโดยพยาธิแพทย์
ประคบเย็น: ใช้น้ำแข็งประคบเบา ๆ บริเวณเต้านมเป็นระยะในช่วง 24 ชั่วโมงแรกเพื่อลดอาการบวมและรอยช้ำ
ดูแลแผล: ระวังไม่ให้แผลเปียกน้ำตามคำแนะนำของแพทย์ (ปกติประมาณ 24–48 ชั่วโมง) หลังจากนั้นสามารถเปิดพลาสเตอร์ออกได้
ลดการเคลื่อนไหว: สวมเสื้อชั้นในแบบกระชับ (Support bra) ที่ไม่มีโครงเหล็ก เพื่อช่วยพยุงเต้านมและลดการเสียดสี
งดยกของหนัก: หลีกเลี่ยงการยกของหนัก การออกกำลังกายหนัก หรือการใช้แขนข้างที่ทำหัตถการหักโหมเป็นเวลา 48 ชั่วโมง
ทานยาบรรเทาอาการปวด: หากมีอาการปวดตึง สามารถรับประทานยาแก้ปวดได้
สัญญาณที่ต้องกลับมาพบแพทย์ก่อนนัด: แผลมีเลือดซึมไม่หยุด บวมแดง ร้อน ปวดรุนแรงขึ้น หรือมีไข้
ที่คลินิกเราสามารถตรวจ-อัลตราซาวด์-เจาะชิ้นเนื้อในวันเดียว หรือหากท่านต้องการผ่าตัดเอาก้อนออก ก็สามารถนัดคิวผ่าตัดได้ ซึ่งมีทั้งนัดผ่าตัดในเวลา และ คิวผ่าตัดด่วนนอกเวลาราชการ สำหรับท่านที่ชอบความสะดวก รวดเร็ว แนะนำมาที่คลินิกหมอเมธัสเลยครับ ที่เดียวจบ
บทความโดย: นพ.เมธัส อรัญนารถ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ทั่วไป
หากคุณมีข้อสงสัยเพิ่มเติมหรือต้องการคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ กรุณาติดต่อคลินิกของเราได้ที่
คลินิกหมอเมธัส โทร : 082-656-3726 facebook : คลินิกหมอเมธัส สงขลา