กรดไหลย้อน (GERD) ทำไมรักษาไม่หาย? สรุปครบทุกแนวทางการแก้ไข
กรดไหลย้อน (GERD) ทำไมรักษาไม่หาย? สรุปครบทุกแนวทางการแก้ไข
อาการของกรดไหลย้อนที่พบบ่อย ได้แก่
แสบร้อนกลางอก: รู้สึกร้อนวูบวาบตั้งแต่ลิ้นปี่ขึ้นมาถึงคอ
เรอเปรี้ยว: มีน้ำรสเปรี้ยวหรือขมไหลย้อนขึ้นมาในปากหรือคอ
แน่นท้อง ท้องอืด เหมือนอาหารไม่ย่อย
มักเป็นมากขึ้นหลังทานอาหาร หรือช่วงที่ท้องว่างๆ (ช่วงกลางดึกหรือตอนตื่นเช้า)
ไอเรื้อรัง โดยเฉพาะเวลากลางคืน
เจ็บคอตอนเช้า เสียงแหบ
รู้สึกเหมือนมีก้อนจุกที่คอ กลืนลำบาก
ปัจจัยกระตุ้น
พฤติกรรมการกิน: กินแล้วนอนทันที, กินรสจัด, กินมื้อใหญ่เกินไป
ประเภทอาหาร: ของทอด, ของเผ็ด, ของมัน, ชา, กาแฟ, น้ำอัดลม, ช็อคโกแลต, แอลกอฮอล์
ภาวะร่างกาย: ความอ้วน (แรงดันในช่องท้องสูง), การตั้งครรภ์
ทานยาแก้ปวดที่ มีฤทธิ์กัดกระเพาะ
ความเครียด: กระตุ้นการหลั่งกรด
ถ้ารู้สึกว่าอาการที่ท่านเป็น ไม่ค่อยเหมือนกรดไหลย้อน ลองมาดู โรคที่มีอาการใกล้เคียงกัน
ผู้ป่วยจะมีอาการปวดใต้ชายโครงขวา ปวดบีบๆแน่นๆ ปวดร้าวไปสะบักขวา มักมีอาการปวดยาวนานเป็นชั่วโมง จากนั้นอาการจะค่อยๆดีขึ้น จุดสำคัญ คืออาการมักจะสัมพันธ์กับการกินของมัน หรือ อาหารมื้อใหญ่ๆ ในบางกรณีที่ประวัติไม่ชัดเจนอาจต้องตรวจเพิ่มเติมโดยการทำอัลตราซาวด์ อ่านต่อ..
ผู้ป่วยโรคหัวใจ มีอาการจุกแน่น บริเวณหน้าอกได้เช่นเดียวกัน แต่ลักษณะการปวด จะปวดเหมือนมีอะไรมากดทับหน้าอก ร้าวไปไหล่ซ้าย/กรามซ้าย จุดสำคัญ คือ จะมีอาการมากขึ้นเวลาออกแรง และ อาการจะไม่สัมพันธ์กับการกินอาหาร
ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นโรคหัวใจระยะแรก หากไปตรวจที่โรงพยาบาลและตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจก็จะพบว่า ผลยังปกติ หากต้องการยืนยันการวินิจฉัยจริงอาจจะต้องพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจเพิ่มเติมอีกครั้ง
หลายครั้งผู้ป่วยพึ่งพาแต่ยา ไม่ได้พยายามแก้ไขที่ต้นเหตุเลย ทำให้รักษาได้ยาก การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจะช่วยให้อาการที่เป็นอยู่ดีขึ้น
ทานอาหารอ่อน งดอาหารเผ็ด เลี่ยงของมัน เช่น ของทอด, เครื่องในสัตว์, กุ้ง หอย ปู
ไม่ควรดื่ม ชา กาแฟ น้ำอัดลม นมสด นมเปรี้ยว
เลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดก๊าซ เช่น พืชตระกูลถั่ว, หัวหอม, กะหล่ำปลี
หยุดการใช้ยาแก้ปวดที่มีฤทธิ์กัดกระเพาะอาหาร
ทานอาหารให้ตรงเวลา
พักผ่อนให้เพียงพอ ทำจิตใจให้สบาย อย่านอนดึก
หลายครั้งแม้จะพยายามดูแลตนเองอย่างเต็มที่แล้ว ปรับพฤติกรรม ทานยา ทำมาหมดแล้ว แต่อาการก็ยังไม่หายสักที ควรปรึกษาแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ ยาลดกรด(proton pump inhibitor:PPI)ทั่วไป ตามร้านขายยา หรือ ที่แพทย์ทั่วไปสั่งให้ อาจไม่เพียงพอสำหรับผู้ป่วยบางราย แพทย์จะประเมินเพื่อปรับเปลี่ยนกลุ่มยาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
*ยากลุ่ม P-CAB ไม่มีในรพ.ทั่วไป แต่ที่คลินิกหมอเมธัส เรามีให้ท่านเป็นทางเลือกในการรักษา
รู้หรือไม่? อาการจุกแน่น แสบร้อน เรอเปรี้ยว ที่รักษาเท่าไหร่ก็ไม่หายขาด อาจไม่ได้เกิดจากกรดไหลย้อนธรรมดา แต่เกิดจาก แบคทีเรียตัวร้าย H. pylori ที่ฝังตัวสร้างแผลอักเสบอยู่ในกระเพาะอาหารของคุณ หากไม่กำจัดเชื้อตัวนี้ให้สิ้นซาก การกินยาลดกรดก็เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ!
การเป่าลมหายใจ (Urea Breath Test - UBT) เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูงและมีความแม่นยำมาก (95-100%) ผู้ป่วยเพียงแค่ดื่มน้ำหรือกลืนแคปซูลที่มีสารยูเรีย จากนั้นเป่าลมหายใจลงในถุงทดสอบ หากมีเชื้อ แบคทีเรียจะย่อยสารยูเรียและปล่อยก๊าซออกมาให้เครื่องวิเคราะห์จับค่าได้
เป็นการตรวจที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการเรื้อรัง หรือมีสัญญาณเตือน (Red Flags) เช่น กลืนลำบาก หรือ เจ็บเวลากลืน น้ำหนักลด ถ่ายดำ ถ่ายเป็นเลือด เพื่อให้แพทย์มองเห็นภาพภายในกระเพาะอาหารโดยตรง ว่ามีก้อนเนื้อ แผลอักเสบเรื้อรัง ภาวะหูรูดเสื่อม รวมถึงตรวจการติดเชื้อ H.pylori ด้วย ศึกษาเพิ่มเติม คลิก
สำหรับท่านกังวล ที่คลินิกหมอเมธัส เราสามารถทบทวนความถูกต้องของการวินิจฉัย แนะนำยาที่เหมาะสม รวมถึงการมีบริการ ตรวจ เชื้อ H. pylori ด้วยการเป่าลมหายใจ (Urea Breath Test - UBT) และ นัดส่องกล้องกระเพาะด้วยนะครับ
บทความโดย: นพ.เมธัส อรัญนารถ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ทั่วไป